หลาย ๆ ครั้งก็ไม่เข้าใจว่าคนที่ทำแบบนั้นเขาทำไปเพื่ออะไร (ตอนนี้ก็ไม่เข้าใจ)
หรือเขาไม่ทันคิด คิดไม่ถึง หรืออะไร

บางคนอ้วน เขาก็เครียดอยู่แล้วนะ ยังเจอคำถามย้ำอีก ทำไมอ้วน (กินไง ถามได้)
ไปทำไรมาถึงอ้วน (กินไง กิน )
ทำไมไม่ผอม (ก็อ้วนไงเล่า)
เด็กบางคนพ่อแม่เลิกกัน ก็ไปถามอีก
ทำไมเลิกกัน เลิกกันทำไม
พ่อยู่ไหน แม่อยู่ไหน
ตอนนี้อยู่กับใคร
คนไม่สนิทกันเขาก็ไม่ถามกันนะ คนสนิทกันเขาอาจมีถามกันบ้าง
แต่ไอ้ที่ใน 1 ชม.คำถามไม่ซ้ำกัน
ถามย้ำ ๆ แต่เรื่องเดิม ๆ
คือไร....
ไม่เข้าใจ
บางคนสามีนอกใจ มีคนอื่น
ก็ไปถามเขา ทำไมเขาถึงไป (ถ้ารู้มันคงไม่ไปแล้ว)
ไปเจอคนใหม่ที่ไหน (จะไปรู้กะมันไหม)
มันไปได้กันตอนไหน (เอ้า ไม่ได้แอบใต้เตียง)
เธอไปทำอะไรให้เขาไม่ชอบรึเปล่าเขาถึงทิ้ง
(เอ้า.... ไหงวกมาทางนี้)
คือคุณคะ เรื่องต่าง ๆ มันก็ทำคนเขาเสียใจ
เจ็บใจ ช้ำใจพอแล้ว แผลยังสด ๆ
คนพวกนี้ก็ไปถามย้ำ ๆ อยู่ได้
บางคนก็ซื่อค่ะ เขาไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ
เรื่องนี้เข้าใจ เพราะเคยเจอกับตัว
สังคม สภาพแวดล้อม ครอบครัว
เขาเปิดเผยมาก คุยกันหมด เรื่องส่วนตัวก็เอามาคุยกัน
คนในหมู่บ้านเขาเป็นแบบนี้กัน
เขาจึงไม่รู้สึกว่าการถามแบบนี้มันผิด
แต่ให้ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราค่ะ
ถ้าเราเจอคำถามแบบนี้ ย้ำ ๆ
เรารู้สึกยังไง นั่นแหละค่ะ
คนที่เราไปถามเขาก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน
แต่บางคนก็ไม่ได้ซื่อนะคะ
จงใจเลย รู้ว่าทำคนรู้สึกแย่
ก็ยังจงใจพูด คนประเภทนี้เลี่ยงได้ให้เลี่ยงค่ะ
เราคงไม่สามารถไปแก้อะไรเขาได้
แก้ที่ตัวเราเองดีกว่าค่ะ
ส่วนคนที่ไม่ได้เจตนา ไม่รู้ตัว
ก่อนจะพูดจะถาม ก็เอาใจเขามาใส่ใจเราก่อนนะคะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น